กินลมชมแกะ ที่ เดอะซีนเนอรี่ รีสอร์ท

เดอะซีนเนอรี่ รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทในหุบเขา ติดลำน้ำภาชี เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อการพักผ่อนโดยเน้นความสงบ สบายและใกล้ชิดธรรมชาติ นอกจากความสวยงามของรีสอร์ทที่สร้างขึ้นมาในแบบเมเตอร์ดิเนียนแล้วที่เป็นที่นิยมของคนชอบถ่ายรูปแล้ว ทางรีสอร์ทจัดกิจกรรมเยี่ยมชมและให้อาหารน้องแกะ โดยสามารถสัมผัสความน่ารัก ของน้องแกะได้ทุกวัน วันจันทร์ – ศุกร์ 10:00 – 18:00 น. , เสาร์ – อาทิตย์ 9:00 – 18:00 น.บริเวณทุ่งหญ้า ด้านหน้ารีสอร์ท ค่าบริการท่านละ 40 บาท พร้อมอาหารสำหรับน้องแกะ

เมื่อเข้ามาในอาณาจักรบริเวณของสนามหญ้า ที่ทางรีสอร์ทปล่อยให้น้องแกะมาวิ่งเล่น นักท่องเที่ยวจะสนุกสนาน กับการให้อาหารฝูงแกะนับสิบๆตัวที่วิ่งมากินหญ้าอยู่รอบๆตัวเรา ไม่ต้องไปไกลถึงนิวซีแลนด์เราก็จะได้สัมผัสกับ แกะน้อยอย่างใกล้ชิด

ราคาห้องพัก
บ้านรูซี่ พัก 4 ท่าน
ราคาวันศุกร์, วันเสาร์ คืนละ 6,300 บาท วันอาทิตย์ ถึง วันพฤหัสฯ คืนละ 4,900 บาท พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 4 ท่าน

บ้านรูซี่ เสริมได้ 2 ท่าน
ที่นอนเสริมรวมอาหารเช้าราคาท่านละ 600 บาทต่อคืน

บ้านแพงโกล่า, บ้านฮามาต้า, บ้านเมอริโน, บ้านคอร์ริเดล, บ้านคาทาดิน พัก 2 ท่าน
ราคาวันศุกร์, วันเสาร์ คืนละ 4,500 บาท วันอาทิตย์ ถึง วันพฤหัสฯ คืนละ 3,500 บาท พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน

บ้านบาร์บาโดส พัก 2 ท่าน
ราคาวันศุกร์, วันเสาร์ คืนละ 5,200 บาท วันอาทิตย์ ถึง วันพฤหัสฯ คืนละ 4,000 บาท พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน

บ้านแพงโกล่า,บ้านฮามาต้า,บ้านเมอริโน,บ้านคอร์ริเดล,บ้านคาทาดิน และบ้านบาร์บาโดส เสริมได้หลังละ 1 ท่าน
ที่นอนเสริมรวมอาหารเช้าราคาท่านละ 600 บาทต่อคืน

กรุณาตรวจสอบราคาแพ็คเกจบนหน้าเว็บ http://www.sceneryresort.com/

สิ่งอำนวยความสะดวก
- ภายในรีสอร์ทมี Wi-Fi ให้บริการ โดยไม่มีค่าบริการเพิ่ม
- Food & Restaurant หมู-ไก่ ราคาชุดละ 350 บาท
กุ้ง-ปลาหมึก ราคาชุดละ 400 บาท
เนื้อ ราคาชุดละ 450 บาท
*** บาร์บีคิว 1 ชุด ประกอบด้วย 4 ไม้ (ไม้บาร์บีคิวยาว 14 นิ้ว) ปริมาณสำหรับ 2 ท่าน

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , | Leave a comment

ตื่นตาตื่นใจกับค้างคาว ที่เขาช่องพราน

     มหัศจรรย์ค้างคาว ที่เขาช่องพราน ปรากฏการณ์ที่แสนจะมหัศจรรย์ยิ่งที่ไม่ว่าใครก็ตามที่มีโอกาสมาเยี่ยมเยือน อำเภอโพธาราม หรือ จังหวัดราชบุรี จะพลาดไม่ได้ทีเดียว เพราะถ้าหากพลาดการชมปรากฏการณ์ ธรรมชาติอันนี้แล้ว จะเสียดายที่สุดหรืออาจจะพูดได้ว่าเหมือนกับไม่ได้มาเยี่ยมเยือนโพธารามเลย

ครับวันนี้ผม จะพาเพื่อนๆไปดูปรากฎการณ์แห่งความมหัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นในบริเวณวัดเขาช่องพราน ที่มีผู้คนพบเห็นในทุก ๆ วัน เมื่ออาทิตย์ใกล้อัสดงบรรดาค้างคาวหนูจำนวนมหาศาลราวร้อยล้านตัว เคลื่อนตัวเป็นสายไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นเวลานานกว่า 2 ชม. และจะกลับมายังบริเวณถ้ำแห่งนี้ก่อนอรุณรุ่ง เป็นภาพอันน่าประทับใจ ของปรากฎการณ์ มหัศจรรย์ทาง ธรรมชาติ เป็นอย่างยิ่ง

     วัดเขาช่องพราน ตั้งอยู่ในท้อง หมู่ 2 ตำบลเตาปูน อำเภอโพธาราม ห่างจากว่าการอำเภอโพธารามไปทางทิศตะวันตกของแม่น้ำแม่กลองเพียง 9 กิโลเมตร โดยอยู่ห่างจากจังหวัดราชบุรีไปตามถนนราชบุรี – เบิกไพร ประมาณ 25 กิโลเมตร ในบริเวณดังกล่าวนี้ มีภูเขาสองลูกตั้งคู่กันแบ่งตรงกลางเป็นช่อง ในสมัยเมื่อป่ายังอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าชุกชุม สัตว์จะใช้ช่องระหว่างเขาสองลูกเป็นทางเดิน เหล่าพรานเห็นเป็นทำเลดีที่จะจับสัตว์จึงได้ไปซุ่มดักยิงสัตว์ในบริเวณนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อ เขาช่องพราน นับแต่นั้นมาเขาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “เขาช่องพราน”

  ตามตำนานเรื่องเขาช่องพรานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระรามัญญาธิบดีที่ 2 เป็นผู้พบเขาช่องพรานและถ้ำในบริเวณนี้หลายแห่ง เห็นเป็นทำเลดีจึงได้ชักชวนชาวมอญมาตั้งรกรากทำมาหากินในถิ่นนี้ และสร้างวัดติดกับเขาทางด้านใต้อีกด้วย และ ณ บริเวณเขาช่องพราน ตรงกึ่งกลางเขามีถ้ำอยู่ถ้ำหนึ่ง ชื่อว่า “ถ้าพระ” ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปเก่าแก่ปางต่าง ๆ จำนวนร้อยกว่าองค์และมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่องค์หนึ่ง อยู่เกือบถึงก้นถ้ำมีความยาวถึง 9 เมตรเศษ สูง 1 เมตรเศษและมีพุทธบาทจำลองอยู่ภายในถ้ำนี้อีกด้วย

     ลักษณะเป็นถ้ำที่เกิด จากหินปูน สูงจากพื้น 30 เมตร ปากถ้ำกว้าง 2 เมตร มีลักษณะคล้ายห้องโถงขนาดใหญ่ กว้าง 60 เมตร ยาว 100 เมตร ลึกประมาณ 60 เมตร มีเนื้อที่ประมาณ 77 ไร่ ภายในถ้ามีหินงอกหินย้อยที่งามน่าดูชม ยิ่งนัก ก็เข้าสูตรที่ว่าที่ไหนมีถ้าที่นั่นก็ต้องมีหินงอก หินย้อย ถ้าหากไม่มีหินงอกหินย้อยก็ ดูกระไรอยู่

      ค้างคาวที่เขาช่องพรานนี้ ส่วนมากเป็นค้างคาวหนูหรือค้างคาวหางหนู ซึ่งเป็นค้างคาวขนาดเล็ก ที่มีหางยาวมาก อยู่ในวงศ์เอมบอลโลนูริแด ทั้งนี้เพราะมีหน้าสั้น จมูกไม่มีแผ่นเนื้อข้าง ๆ หูใหญ่มักติดกันใบหูชั้นในมักเล็กและสั้น หางยาวและปลายหางไม่มีหนังปีกยึด

ก่อนจะได้เวลาที่ ค้างคาวเหล่านี้ บินออกมาจากถ้ำ จะมีเหยี่ยวหรือกามาบินวนเวียน อยู่ตรงปากถ้ำ เพื่อคอยโฉบกินค้างคาว ถ้าค้างคาวตัวใดบินเดี่ยวออกมาก่อนกำหนดเวลา จะถูกโฉบจับกินเป็นอาหาร พอถึงเวลา6โมงเย็นหรือช้ากว่านั้นเล็กน้อย ค้างคาวตัวหัวหน้าจะบินนำฝูงขึ้นมาจากปากถ้ำโดยบินเกาะกลุ่มกันเป็นสาย หรือ เป็นเกลียวเหมือนพายุไซโคลนตอนแรก ๆ จะออกมาเป็นสายเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ เป็นระลอกใหญ่คล้ายคลื่น โดยม้วนตัวหรือ หมุนตัวก่อนแล้วจึงตามกันออกมาเป็นสาย ยาวเป็นกิโลเมตร ๆ ทีเดียว พอออกมาได้สัก 20-30 นาที ก็จะกระจายแถวออกเป็นสาย 2 สายบ้าง 3 สายบ้างมองดูแล้วตื่นเต้นจริงๆครับเพราะค้างคาวมีจำนวนเยอะมากๆเกือบๆร้อย ล้านตัวเลยก็ว่าได้เยอะมากจริงๆ

     ลักษณะการบินในแถวนั้น เสียงปีกจะดังพึ่งพั่บสนั่นหวั่นไหวไปหมด มันจะบินต่ำๆขึ้นๆลงๆคล้ายกับลูกคลื่นหรือเล่นสิงโตกันไม่มีผิด กว่าค้างคาวจะบินออกจนหมดถ้ำนั้นก็กินเวลาร่วม 2 ชั่วโมงทีเดียวและก่อนที่จะออกจากถ้ำ ค้างคาวพวกนี้จะส่งเสียงดังขึ้นมาก่อน อันเป็นสัญญาณ บอกให้รู้ว่าได้เวลาที่ข้าจะออกหากินแล้วนะ

ระหว่าง ที่ค้างคาวออกจากถ้ำเป็นสายนี้จะไม่มีเหยี่ยวหรือกากล้าเข้าไปรบกวนรังควาญ ได้ ทั้งนี้เพราะจะถูกกระแทกด้วยความแรงของสายกระแสคลื่นค้างคาว แต่ถ้าตัวใดแตกฝูงออกห่างมาเมื่อใด เมื่อนั้นแหละ ค้างคาวเคราะห์ร้ายตัวนั้นจะถูกโฉบจับกินทันที

     ยิ่งตอนกลับเข้าถ้ำตอนเช้า ประมาณ 05.30 น.แล้ว ก็ยิ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดยิ่งนัก เพราะพอได้เวลาค้างคาวจำนวนมากมายเหล่านี้บินมาจากไหนก็ไม่รู้มากันหลายทิศ ทาง จะบินตรงมาที่ปากถ้ำเดียวกันนี่แหละ แล้วก็จะทิ้งตัวดิ่งหายเข้าไปในถ้าอย่างรวดเร็วซึ่งก็เป็นภาพที่ค่อนข้างหา ดูได้ยากเลยทีเดียว

     ตอนที่ค้างคาวบิน เข้า-ออกถ้ำนี้ จะมีพระที่จำพรรษาอยู่ที่วัดเขาช่องพรานมาเฝ้าปากถ้ำเพื่อคอยดูแลไม่ให้คน เข้ามาลักตีค้างคาวได้ ซึ่งนอกจากค้างคาวจะมีเหยี่ยวกาและงู เป็นศัตรูคอยรังควาญแล้ว มนุษย์เราก็ยังมาเพิ่มการรังควาญให้หนักข้อยิ่งขึ้นไปอีกซึ่งเป็นพฤติกรรม ที่ไม่ดีเลยนะครับ

      การที่มีค้างคาวมาอาศัยอยู่ในถ้ำเขาช่องพรานนี้ ทำให้เกิดมูลค้างคาวทับถมในถ้า ปีละประมาณ 50-60 เกวียน ซึ่งทำรายได้ให้แก่วัดไม่น้อย ซึ่งผู้ซื้อจะจัดพาหนะมาขนเอาเอง เพื่อนำไปทำปุ๋ยโดยนำไปผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอื่นให้อ่อนลงเสียก่อน เพราะถ้าใช้มูลค้างคาวล้วน ๆ จะมีผลทำให้ต้นหมากรากไม้ตายหมด ทั้งนี้เพราะมูลค้างคาวล้วน ๆ นี้ มีความแรงมาก หรืออาจจะนำไปทำดินประสิวหรือวัตถุระเบิดต่าง ๆ ก็ได้ กล่าวกันว่ามูลค้างคาวเขาช่องพรานนี้แท้บริสุทธิ์ไม่มีอะไรเจือปนและคุณภาพ สูงมาก การขนย้ายมูลค้างคาวออกจากถ้ำนั้น ต้องนำไปเก็บไว้ยังยุ้งฉางเพื่อรอ ผู้ซื้อ บางครั้งถึงกับลุกเป็นไฟไหม้ยุ้งก็มี และต้องว่าจ้างคนที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง เพราะคนที่อ่อนแอจะไม่สามารถทนกลิ่นอันฉุนของมูลค้างคาวได้ ดังนั้นค่าจ้างแรงงานขนมูลค้างคาวจึงสูง(ยังมีมูลค้างคาวที่เขานำมาจำหน่าย ก็มีนะครับ ถ้าสนใจ)

     สนับสนุนโดย : Holiday บาคาร่า เล่นบาคาร่าฮอลิเดย์ สมัครเล่น Holiday บาคาร่าออนไลน์ เล่นบ่อนออนไลน์ ฮอลิเดย์ออนไลน์ ขั้นต่ำ 500 บาท เล่น บาคาร่า Holiday ผ่านเว็บ

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , , | Leave a comment

พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี

       หนังใหญ่ เป็นการละเล่นชั้นสูง สมบัติทางวัฒนธรรมไทยที่รวมศิลปะทรงคุณค่าไว้หลายแขนง ทั้งการออกแบบลวดลายไทยเชิงจิตรกรรม ฝีมือแกะสลักที่ประณีต นาฏศิลป์การละครประกอบบทพากย์ บทขับร้องและดนตรีปี่พาทย์ ซึ่งให้อรรถรสทางศิลปะอย่างสมบูรณ์ หนังใหญ่ซึ่งมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย จึงมีคุณค่าทางศิลปะที่แสดงถึงอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษไทยได้เป็นอย่าง ดี   วัดขนอน ได้เริ่มจัดสร้างหนังใหญ่ขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว รวม 9 ชุด มีตัวหนังทั้งหมด 313 ตัว เป็นสมบัติที่วัดรักษาสืบทอดมา เป็นเพียงวัดเดียวที่มีมหรสพเป็นของวัด มีตัวหนังและคณะหนังใหญ่ที่สมบูรณ์อยู่ในความอุปถัมป์ของวัดสืบทอดมาถึงทุก วันนี้ และมีการนำหนังใหญ่วัดขนอนไปแสดงเผยแพร่ทั้งในประเทศและต่างประเทศหลาย ครั้ง 

       สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นคุณค่าการแสดงและศิลปะหนังใหญ่ จึงทรงมีพระราชดำริให้ทางวัดอนุรักษ์หนังใหญ่นี้ไว้ และจัดทำหนังใหญ่ชุดใหม่ขึ้นแสดงแทน 

       พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน ลักษณะเป็นเรือนไทย เก็บรักษาหนังใหญ่ทั้ง 313 ตัว ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นตัวละครเรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานถวายแหวน ชุดสหัสสกุมาร และเผากรุงลงกา และชุดศึกอินทรชิตครั้งที่ 1 รวมทั้งจัดนิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมา การแกะสลักตัวหนังใหญ่ และการแสดงเชิดหนังใหญ่ทุกวันเสาร์ 

       การอนุรักษ์หนังใหญ่ของวัดขนอน ทำให้ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 6 ชุมชนดีเด่นของโลกที่มีผลงานในการอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมเชิงนามธรรม จากศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิกเพื่อยูเนสโก ACCU: Asia – Pacific Cultural Centre for UNESCO

     สนับสนุนโดย : GClub บาคาร่า สมัครเล่นคาสิโน GClub บาคาร่าออนไลน์ จีคลับรอยัล คาสิโน บาคาร่าจีคลับ ขั้นต่ำ 500 บาท ทางเข้าโหลด GClub Live Casino ทางเข้าเล่นคาสิโน GClub

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , , , | Leave a comment

น้ำพุร้อนโป่งกระทิง


        น้ำพุร้อนโป่งกระทิง ตั้งอยู่ที่บ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านบึง กิ่งอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี เดินทางจากจังหวัดราชบุรีมาตามถนนเพชรเกษมเลี้ยวขวา แยกปากท่อ ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3206 ถึงบ้านพุน้ำร้อนระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร หรือเดินทางจากจังหวัดราชบุรีมาทางจอมบึงใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3087 ถึงบ้านพุน้ำร้อนระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร หรือเดินทางจากจังหวัดราชบุรี มาทางชัฏป่าหวายใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3208 ถึงพุน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 83 กิโลเมตร

       น้ำพุร้อนโป่งกระทิง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน เป็นบ่อน้ำร้อนแบบบ่อธรรมดา ขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร ความร้อนประมาณ 65 องศาเซลเซียส เป็นแหล่งท่องเที่ยวการอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพ และสถานที่กางเต็นท์ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เมื่อมีคนจำนวนมากมายืนล้อมรอบบ่อและช่วยกันปรบมือ หรือ เคาะทำเสียงดัง น้ำในบ่อจะเริ่มเดือดจนมีพรายน้ำพุพุ่งมาเหนือผิวน้ำ  ใกล้ กันมีบ่อน้ำเล็ก ๆ สำหรับอาบน้ำร้อนได้ แต่ผู้ที่จะลงอาบน้ำร้อนจะต้องลงไปแช่น้ำเย็นที่อยู่บริเวณใกล้กันเสียก่อน ซึ่งน้ำเย็นนี้เป็นน้ำแร่ที่ไหลมาจากธรรมชาติ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับอุณหภูมิ เพราะร่างกายของคนเราร้อนถ้าหากว่าลงไปแช่น้ำร้อนเลยก็อาจเกิดอันตรายได้ เพราะปรับอุณหภูมิไม่ทัน โดยผู้ที่ลงแช่น้ำร้อนจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ ผู้เล่นไม่ควรที่จะลงแช่น้ำร้อนทั้งตัวภายในเวลาเดียวกัน แต่ควรที่จะค่อยๆ เอาร่างกายแช่ลงไปที่ละส่วน และไม่ควรแช่เกิน 20 นาที สำหรับผู้ที่เป็นโรคประจำตัว เช่น โรคความดัน โรคหัวใจ เพราะอาจทำให้แน่นหน้าอก และเกิดอาการหน้ามืดได้ โดยมีการเล่าและบอกต่อกันมาของผู้ที่เคยเดินทางมาแช่น้ำร้อนที่นี่ ว่าร่างกายของตนมีสุขภาพดีขึ้น โรคที่เคยเป็นก็บรรเทาอาการลง จึงทำให้น้ำพุร้อนแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาพักผ่อน


       สนับสนุนโดย : Royal1688 บาคาร่าออนไลน์ สมัครเล่น Royal1688 บาคาร่า รอยัล1688 คาสิโน ขั้นต่ำ 500 บาท ทางเข้าโหลด Royal1688 พนันออนไลน์

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , , , , | Leave a comment

การเดินทางไปสวนผึ้ง

   นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ นิยมมาเที่ยวที่ อ.สวนผึ้ง เนื่องจากธรรมชาติ และที่พัก ที่สวยงาม อากาศที่เย็นสบาย และที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ใช้เวลาในการเดินทาง ประมาณ 2 ชั่วโมง การเดินทางสะดวก สามารถเดินทางมาได้ทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง และ ทางรถไฟ

        (note: ระยะทางจาก กรุงเทพไปราชบุรี ประมาณ 100 กม. และ จากราชบุรีไป อ.สวนผึ้ง อีกประมาณ 60 กม. รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 160 กม.)

.

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , | Leave a comment

ลัดเลาะริมทาง

                ใครที่ชอบเที่ยวแนวธรรมชาติ ลองหารถสักคันพาครอบครัวหรือแฟน หรือแก๊งเพื่อน ขับลัดเลาะไปตามเส้นทางสวนผึ้งที่เชื่อมต่อเมืองกาญจน์สิครับ รับรองว่าจะประทับใจกับบรรยากาศ และรีสอร์ทต่างๆ ระหว่างทางเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะเหล่าเจ้าของหรือผู้บริหารรีสอร์ทจะต้องงัดเอาไอเดียทั้งหมดที่มีในหัวออกมาสรรสร้างสถานที่พักผ่อนเพื่อให้ผู้มาพักได้ประทับใจแล้วกลับมาพักอีกในคราวต่อไป

                ล่าสุดผมเดินทางไปสวนผึ้งก็ได้สะดุดกับเหล่าผึ้งในปั๊มแก๊สแห่งหนึ่ง ที่กำลังขยันขันแข็งในการเรียกลูกค้าข้างทาง เห็นแล้วน่ารักดีและตรงคอนเซ็บต์อำเภอ จึงได้เก็บภาพมาฝากกันครับ

Posted in Uncategorized | Tagged , , , | Leave a comment

เขางูแอดเวนเจอร์ปาร์ค (adventure park)

 เขางูแอดเวนเจอร์ปาร์ค (adventure park)

  เปิดแหล่งท่องเที่ยวแนวผจญภัยแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ โครงการปีนเขาไต่หน้าผาอุทยานหินเขางู หรือเขางูแอดเวนเจอร์ปาร์ค ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี  นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์  ให้ เกียรติเปิดงาน

        เดิมเขางูเป็นเทือกเขาหินที่เป็นแหล่งสัมปทานระเบิดหินย่อยหิน ปัจจุบันถูกปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะ โดยเทศบาลเขางูร่วมกับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด Proclimber เปลี่ยนโฉมเขางูให้กลายเป็นแอดเวนเจอร์ปาร์ค รองรับนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัย มีกิจกรรมต่างๆ เช่น ปีนหน้าผา โรยตัว ฟลายอิ่งฟอกซ์ ฯลฯ

        ฟลายอิ่งฟอกซ์ที่เขางูแอดเวนเจอร์ปาร์คนี้ได้ชื่อว่ายาว ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งความยาวกว่า 170 เมตร ขึงสลิงระหว่างภูเขา ให้นักผจญภัยห้อยโหนตัวบนรอก ข้ามหนองน้ำไปยังอีกฟาก ความสนุกขึ้นอยู่กับความเร็วในการเหิรไปข้างหน้า อันนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้เล่น

         และในครั้งนี้ทาง Proclimber ได้แนะนำกิจกรรมที่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ ชื่อว่า Via Ferrata (เวีย เฟอร์ราต้า) เป็นกิจกรรมที่นำมาจากประเทศอิตาลี่ ลักษณะเหมือนการไต่เขา ซึ่งมีบันไดทำจากเหล็ก เจาะเข้าไปในหน้าผา มีราวเหล็กคู่ขนานไปกับบันได และมีอุปกรณ์ล็อกผู้เล่นกับราวเหล็กเพื่อความปลอดภัย

         กิจกรรมที่เห็นแล้วถึงกับ เสียวใส้ติ่งก็เห็นจะเป็น Rope Bridge นี่หละครับ เพราะต้องไต่เชือกข้ามระหว่างภูเขา รู้สึกถึงความเวิ้งว้างในอากาศ บนความสูงหลายสิบเมตร ระหว่างเดินจะต้องทรงตัว ให้มั่นคงที่สุดเพราะสลิงที่รับน้ำหนักเท้าเพียงเส้นเดียว แต่ไม่ต้องห่วงครับ มีสลิงที่ยิดตัวผู้เล่นกับตกตลอดการไต่สลิงระทึกนี้

        โซนปีนหน้าผา สำหรับนักไต่เขา มีให้เลือกเล่น 3 โซน ด้วยกันแล้วแต่ระดับความยากง่าย เห็นหน้าผาแล้วรู้สึกคันไม้คันมือเลยลองปีนที่โซนเอ ซึ่งถือว่าเป็นโซนที่ง่ายที่สุดแล้ว มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตร ถึง 20 เมตร เหมาะสำหรับนักปีนผ่าที่เพิ่งหัดปีน หรือแม้แต่เด็กๆก็ปีนกันได้ครับ

      การเดินทาง
     จากกรุงเทพมุ่งมาจังหวัดราชบุรี ถ.เพชรเกษม ผ่านหน้าโรงพยาบาลเมืองราช เลี้ยวขวาตรงแยกเขางู มุ่งสูเขาแอดเวนเจอร์ปาร์ค ใกล้ๆกับเทศบาลตำบลเขางู

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
PROCLIMBER & ADVENTURE
391/11 ซ.จันทน์ 42 วัดพระยาไกร บางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120
Tel : 0 2211 5053 , 0 9777 1620
Fax : 0 2675 0780

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , , | Leave a comment

อาทิตย์กำลังจะลาฟ้าที่…เขาห้วยคอกหมู

      
เช้าๆ ตามฤกษ์สะดวก ยามสบายของแต่ละคน ออกเดินทางจาก ก.ท.ม. มุ่งสู่ทิศตะวันตก 100 ก.ม ก็ถึง จ.ราชบุรี (แวะเที่ยวรายทางตามแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่ง ที่ล้วนน่าสนใจมากมาย ก็ไม่ผิดกติกา) แล้วมุ่งตะวันตกต่อไป อีก 80 ก.ม. ถึง อ.สวนผึ้ง เผื่อเวลาให้ถึงก่อนอาทิตย์จะลาแสง เพราะขอนำเสนอจุดส่งท้ายตะวันที่งามยิ่ง ณ ชะง่อนผา ของห้วยคอกหมูที่ยื่นออกไปเป็นแหลมทางพม่า (แต่เขตแดนแบ่งจากสันปันน้ำชัดเจน ไม่ตลกๆหัวเราะไม่ออก แบบทางแดนเขมรหรอกไว้ใจได้) ถ้ายามเช้าจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครที่ผาชนะได อุบลราชธานี ตะวันส่งท้ายฟ้าเมืองไทย บนเขาห้วย คอกหมูก็พอจะอนุโลมได้แม้ไม่ใช่ตะวันตกสุดอย่าง จ.แม่ฮ่องสอน (แต่ปีนป่ายไปส่งท้ายตะวันทีแม่ฮ่องสอน ท่าจะลำบากสาหัส)

        มีจุดอำลาแสงตะวันสวยๆแล้ว สวนผึ้งยังก็ยังมีจุดรับตะวันที่งามหยดอีก บนยอดเขากระโจมที่โล่งกว้าง ยามเช้าถ้าได้ขึ้นไปรอรับแสงแรกของวันพร้อมกาแฟกรุ่นหอม และสายหมอกที่เคลียอยู่เป็นเพื่อน ได้บรรยากาศและอารมณ์ละมุน…..เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม        

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , , | Leave a comment

พิพิธภัณฑ์ภโวทัย

พิพิธภัณฑ์ภโวทัย หรือ สวนภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็น เรือนไทยประยุกต์จากหน้านสถานีตำรวจสวนผึ้งแยกไปประมาณ 2 กม. ผ่านวัดสวนผึ้งแล้วแยกขวาไปอีกจนข้ามสะพานก็จะถึงพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ทางซ้าย มือมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ รวบรวมวัตถุโบราณสยามในอดีต รวมทั้งมีรถม้า พันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับของไทยชนิดต่าง ๆ เช่น ดอกมณโฑ

พิพิธภัณฑ์ ประกอบด้วยตัวอาคารจัดแสดงวัตถุโบราณ 2 อาคาร
. . . . เรือนทรงไทยหลังใหญ่ สร้างด้วยไม้เนื้อแข็งหลายชนิด เช่นไม้สักทอง ไม้มะค่า ไม้ประดู่ และไม้แดง ขนาดความกว้างยาวประมาณ 400 ตารางวา หรือ 1 ไร่ มี 2 ชั้น ฝาตัวอาคารเป็นไม้เข้าลิ้นแบบฝาโบราณที่เรียกว่าฝาประกน มีเสาเรือนทั้งหมด 94 ต้น

. . . . เรือนทรงไทยหมู่ เป็น บ้านทรงไทยปลูกด้วยไม้สักทองที่ได้จากการรวบรวมไม้ มาจากเรือนไทยกว่า 10 เรือน เพื่อจัดแสดงวิถีชีวิตและข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อน

          พิพิธภัณฑ์เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น.
          ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นักเรียน นิสิต นักศึกษา ในเครื่องแบบให้ทำจดหมายก่อนล่วงหน้า

           นอกจากนี้ยังมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว

     ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร(032) 221189, (01) 486-9804

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , | Leave a comment

น้ำตกบ้านบ่อหวี

        น้ำตกบ้านบ่อหวี เป็นน้ำตกขนาดกลางเพิ่งพบใหม่ มีทั้งหมด 7 ฃั้น มีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก พัฒนาขึ้นเมื่อไม่นานมานี้  การเดินทางก็สะดวกเนื่องจากเป็นถนนลาดยางตลอด โดยความสวยงามในแต่ละชั้น นั้นแตกต่างกันไป

ทางเข้าผ่านหมู่บ้าน และวัดบ้านบ่อหวี ไปอีก ประมาณ 2 กม. มีถนนลาดยางตลอดถึงทางเข้าตัวน้ำตก มีลานจอดรถจากนั้นเดินเท้าประมาณ 150 เมตร จะถึงน้ำตกชั้นที่ 1 สายน้ำมีความใสมากกว่าน้ำตกเก้าโจน เหนือขึ้นไปบนน้ำตกจะเป็นชายแดนไทย-พม่า

ขึ้นถึงน้ำตกชั้นที่ 7 ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 45 นาที

        ที่ตั้ง : ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

        การ เดินทาง : จากกรุงเทพฯ ขับมุ่งตรงสู่ จ.ราชบุรี แต่ไม่ต้องเข้าตัวเมืองราชบุรี ให้เลี้ยวขวาทางแยกเจดีย์หัก เส้นทางหลวงหมายเลข 3087 ให้มาทาง อ.จอมบึง หมู่บ้านจอมบึง และถ้ำจอมพล ขับตามเส้นทางหลัก เพื่อมุ่งหน้าสู่ อ.สวนผึ้ง จากตัวอำเภอสวนผึ้ง ผ่านหมู่บ้าน และวัดบ้านบ่อหวี ไปอีก ประมาณ 2 กิโลเมตร มีถนนลาดยางตลอดถึงทางเข้าตัวน้ำตกบ้านบ่อหวี

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , | Leave a comment